วันพุธที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2555

พี่หมอนเน่า..ฉันรักเธอ ♥ (Transitional object)


สวัสดีครับ วันนี้ผมมีเรื่องเบาๆ มาชวนคุยกันครับ

ผมกับแฟนเราเลี้ยงลูกกันมาเข้าปีที่๔ ลูกคนแรกพี่ปลาเข็มปัจจุบันอายุ๔ขวบ ลูกคนที่๒ เจ้าปลาทูกำลังจะครบ ๒ขวบในเดือนหน้า ซึ่งเราได้เรียนรู้ว่าวิธีการดูแลลูกหลายหลากวิธีที่เราใช้ได้ผลกับปลาเข็ม แต่กลับไม่สามารถใช้ได้ผล เมื่อนำมาประยุกต์ใช้กับเจ้าปลาทู และมีหลากหลายพฤติกรรมที่สร้างโจกท์ให้คนเป็นพ่อเป็นแม่ได้เสาะแสวงหาคำตอบ และวันนี้เราได้รับโจกท์มาใหม่ครับ

การติดสิ่งของ (Transitional object) 

ในวัยเด็กนั้น การติดหมอนเน่า การติดตุ๊กตุ๋น ตุ๊กตา ผ้าห่ม และอีกหลายอย่าง ไม่ได้เป็นสิ่งผิดปกติ หรือแปลกประหลาดอะไร อาการนี้อาจเกิดขึ้นในเด็กที่จะโตขึ้นไปเป็นดาราใหญ่ เหมือนที่เราจะได้เห็นจากข่าวหรือรายการสัมภาษณ์ดาราทั่วไปที่จะต้องมีอะไรประหลาดๆไว้ให้แฟนตื่นเต้น ขอกลับมาที่ลูกตัวเองก่อนดีกว่า ก่อนจะถูก

การติดหมอนสำหรับกรณีปลาทู ต้องบอกว่าเป็นการสืบทอดกรรมสิทธิ์ความเป็นเจ้าของหมอน ต่อจากพี่ปลาเข็ม  หมอนใบนี้ไม่มีผลกับพี่เข็มเลยแม้แต่นิดเดียว  จะมีหมอนหรือไม่ไม่มีก็ได้ พี่เข็มนอนหลับสบายทุกคืน  แต่หมอนวิเศษใบนี้กับมีผลกับเจ้าปลาทูเป็นพิเศษ จำได้ว่าประมาณอายุเริ่มติดหมอนน่าจะตั้งแต่ ๖-๗ เดือน  และทุกครั้งที่เอาไปซักม่ามี๊จะต้องแอบๆเอาไปซักตอนเผลอเสมอ



















จากการสังเกตุการณ์ (Observation) พบว่าปลายหมอนเน่าจะมีรูที่เกิดจากตะเข็บที่เย็บหมอนมันแตกเป็นรูเล็กๆอยู่ เวลานอนดูการ์ตูน เจ้าปลาทูจะเอานิ้วๆไปไชๆ ส่วนเมื่อเวลานอน เจ้าทูจะเอาหมอนมาวางทับบนหน้าตัวเองแล้วนอนหลับสบาย ผมลองดึงหมอนมาวางข้างๆ ให้สามารถกอดได้ เขาจะรู้ตัวและแสดงอาการ “อย่ามาจุ้น..ของนู๋” พร้อมดึงหมอนกลับมาวางที่หน้าเหมือนเดิม ...

เกี่ยวกับ “กลิ่น” หรือปล่าว เราคิด..?

เราเชื่อว่ากลิ่นจะมีผลกับปลาทูในเชิงการสร้างความมั่นคงในทางสภาพจิตใจในขณะนอน  เด็กบางคนกลัวผี บางคนกลัวอยู่คนเดียว ปลาเข็มกลัวเสียงฟ้าร้อง etc.  หมอนจึงเป็นเสมือนเครื่องมือ (Transitional Object) เป็นเพื่อน ที่ช่วยคลายกังวลในจิตใจซึ่งทำให้เขาสามารถนอนหลับได้อย่างมั่นใจ และจากการอ่านหนังสือเลี้ยงลูกหลายเล่มพบว่าการให้ความรัก การโอบกอด การใกล้ชิด การแสดงออกที่สื่อให้ความอบอุ่นกับเขา จะทำให้คลายจากวัตถุที่ยึดถือได้ และเพื่อเป็นการลดบทบาทของพี่หมอนอย่างเป็นขั้นเป็นตอน แต่สำหรับบางบ้านที่ตัดสินใจเลือกวิธีการ “หักดิบ” อาจได้ผลเร็วกว่าก็เป็นได้ครับ แต่สำหรับบ้านเราเลือกไม่ทำครับ..เราเลือกวิธีการคุยสบตากัน (eye contact)

ผมนึกได้ว่ามีประสบการณ์ยิ้มๆ  ปลาทูกับหมอนเน่ามาแชร์ครับ  เมื่อครั้งแรกๆ ที่บ้านเราพาปลาทูไปเที่ยวต่างจังหวัดไกลๆ เวลาจัดกระเป๋าเสื้อผ้า ม่ามี๊สองปลาเกิดความไม่มั่นใจว่าพี่หมอนเน่าจะมีอิทธิพลกับปลาทูมากแค่ไหน จะทำให้ร้องไห้ทั้งคืนแบบที่อ่านมาหรือปล่าว หรือจะไม่เป็นอะไร แต่ไม่เสี่ยงดีกว่าม่ามี๊ตัดใจเอาไปด้วยทั้งทีในใจไม่อยากให้ติดหมอน แต่ขอแบบ Play Safe.. คือ เอาไป แต่ขอซ่อนไว้ก่อน .. ถ้าจำเป็นจริงๆ ค่อยเอาออกมาก็ยังพอไหว

แล้วคืนสุดท้ายก่อนกลับกรุงเทพฯ ขณะที่ม่ามี๊กำลังวุ่นวายเลือกชุดที่จะเปลี่ยนชุดนอนให้ปลาทู เจ้าน้องทูก็เหลือบไปเห็นพี่หมอนเน่าของตัวเองในกระเป๋าเดินทาง สีหน้าเปลี่ยน อารามด้วยความดีใจของเด็กวัยขวบก่าๆ  แสดงออกอย่างดีใจ ร้องเรียกพี่หมอนเน่าอย่างเต็มเสียง
ปลาทู “เหมา(ภาษาปลาทูแปลว่าหมอน)..อะ  ...เหมาของนู๋..อะ”

ซึ่งพอได้ส่งให้ไป เจ้าตัวก็กอดวิ่งดีใจไปรอบห้อง วิ่งไปโชว์พี่เข็มด้วยว่านี่ไง “เหมา” ของนู๋อยู่นี่ไง


และเมื่อเร็วๆนี้ เหตุการณ์ได้ถูกพิสูจน์อีกครั้งเมื่อบ้านเราไปเที่ยวทะเลปราณ ๓วัน ๒คืน เมื่อปลายเดือน พฤษภาคม55 คราวนี้แตกต่างจากคราวก่อนตรงที่เที่ยวนี้ ไม่เอา “พี่หมอนเน่า” ไปด้วยจริงๆ การเดินทางและการนอนผ่านไปโดยดี คืนแรกของการนอนปลาทูถามหาพี่หมอนของเขาก่อนนอนเช่นเคย แต่ม่ามี๊ก็ตอบปลาทูจริงๆว่า

“หมอนอยู่บ้านลูก  ม่ามี๊ไม่ได้เอามา ไว้กลับบ้านไป นู๋ค่อยเจอพี่หมอนนะลูก..” ม่ามี๊ตอบน้องทู
ปลาทู วัยเกือบ ๒ ขวบขวดนมคาปากอยู่ : ( พยักหน้างึ๊กๆ ...ดูเหมือนจะเข้าใจ)















ภายหลังจากการพลัดพรากจากพี่หมอนของน้องปลาทูไป ๓วัน เมื่อเรากลับถึงบ้าน ขณะปลาทูเดินเข้าไปในห้อง ผมสังเกตว่าเขามองหาของบางอย่างอยู่  และเมื่อเขาเห็น “พี่หมอน” วางนอนอยู่บนเตียง เขาก็ระเบิดความดีใจวิ่งจู้ด ปีนขึ้นเตียงไปหาหมอน หยิบมากอด มาหอม มาดม เรียกพี่หมอน เสมือนการได้เจอเพื่อนเก่าที่ถูกพลัดพรากมานานแสนนาน ...

ท่านที่สนใจอยากไปเที่ยวทะเลปราณกับบ้านเราโปรดติดตามจากริวิวที่แปะมานะครับ


ขอบคุณที่ติดตามจนจบครับ "ความสุข ไม่อยู่ไหนไกลครับ  ลองสังเกตดูครับอาจอยู่รอบๆตัวคุณครับ" 



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น