วันอาทิตย์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2553

วันนี้ตอน หนูเป็นศูนย์กลางจักรวาล ^_^




วันหนึ่งได้มีโอกาสไปทานข้าวกับเพื่อนมัธยมที่ไม่ได้เจอกันนานมาก จึงได้ไปพบกับคนวัยเดียวกันที่มีลูกในวัยใกล้เคียงกัน บางคู่แต่งแล้วยังไม่มีลูก ก็จะถูกถามเรื่องลูก คนมีลูกก็จะคุยกันเรื่องพัฒนาการและความก้าวหน้าต่างๆ ที่เจ้าลิงเปี๊ยกแต่ละคนทำได้ หรือกำลังฝึกฝนทำอะไรอยู่ เช่น ลูกฉันไปเรียนโน้น นี่ นั้น, ลูกฉันตัวเล็กไป ใหญ่ไป บรา บรา บรา... ^^


ส่วนตัวจะเป็นคนไม่ชอบคุยเรื่องพัฒนาการเด็ก ลึกๆ คิดเองว่า พัฒนาการของเด็กแต่ละคนไม่เท่ากัน และมีปัจจัยหลากหลายที่จะทำให้เด็กมีความเจริญเติบโตหรือมีความสุขได้ไม่เท่ากัน

ครั้งหนึ่ง ประมาณ ๑ขวบ เคยพาปลาเข็ม ไปเรียน จิมโบรี ตามกระแสพ่อแม่ทั่วไปที่คิดจะเพิ่มทักษะความบันเทิงให้กับลูก แล้วกลับมาบ่นกันเองว่า กิจกรรมในบ้านมีเรื่องราวหน้าสนุกเยอะแยะกว่าตั้งมากมาย แต่ไม่ได้แอนตี้กับสถาบันแนวนี้นะครับ


สิ่งหนึ่งที่ ปลาเข็มเด็กในวัย ๒ ขวบ มีพัฒนาการไม่หยุดยั้ง คือ


๑.การเรียนแบบผู้ใหญ่,สิ่งรอบข้าง
เช่น การถือฮาโหลปลอมของเขา เดินตามตูดแม่เวลาที่แม่คุยโทรศัพท์แล้วเดินไปเดินมา ปลาเข็มจะแอบฟังแล้วพูดตาม ได้แทบทุกคำที่แม่พูด เพี้ยนบ้างไปตามเรื่อง .. พอแม่หันมาทำ จุ๊ๆ ประมาณว่าเงียบๆ มี๊คุยงาน ปลาเข็มก็จะทำหน้าทะเล้นตอบโต้การห้ามนั้นร่ำไป

สำหรับท่านที่เคยอ่านตอนแรกๆ จะจำได้ว่าปลาเข็มเรียกป่าปี๊ว่า "ไอ้ปี๊" ปัจจุบันนี้สามารถปรับเปลี่ยนมาเป็น "คุณปี๊" อารมย์ดีหน่อยก็จะเป็น "คุณปี๊ขา" "คุณแม่ขา" แล้ว โดยการพูดซ้ำบ่อยๆ และไม่ถึงกับห้ามเวลาพูดไม่เพราะ แต่จะไม่ให้ความสนใจกับเขาหรือคำเหล่านั้นเวลาเข้าพูด จะบอกให้พูดอีกอย่างจะน่ารักกว่า

๒.การท้าทายอำนาจรัฐ (อำนาจของป่าปี๊)
เราสองคนจะแบ่งตัวละครในบ้านเป็นสองฝ่าย คือฝ่ายรัฐ (ุดุ) รับบทโหดโดยปี๊ กับฝ่ายปลอบ ซึ่งจะรับบทโดยมี๊ สองฝ่ายนี้จะรู้กัน ซึ่งมีหลายสถานะการที่จะต้องรับส่งบทบาทกันใ้ห้เนียนๆ เช่น ปลาเข็มจะรู้ว่าตัวเองดื้อกับมี๊ได้ เขาจะไม่พยายามใส่เสื้อผ้า หรือเปลี่ยนเพิสง่าย ถ้ามี๊เป็นคนเปลี่ยน จะมีอาการวิ่งแก้ผ้าหนีรอบบ้านไม่ยอมใส่เสื้อผ้า หรือขณะใส่เพิสจะพลิกตัวหนีสร้างบทเรียนยากลำบากนิดหน่อยให้กับมี๊เสมอ แต่จะไม่ค่อยปรากฎหากการเปลี่ยนเสื้อผ้ากระทำโดยฝ่ายรัฐ (ป่าปี๊)

และขั้นตอนการท้าทายอำนาจรัฐ จะกระทำเรื่อยๆ พัฒนาสถานะการณ์ใหม่ๆอยู่ตลอด หากฝ่ายรัฐเพิกเฉย ฝ่ายเปี๊ยก ก็จะย่ามใจแสดงอำนาจไปจนเติบโตเข้าไปในสังคม

ผมไม่ได้สนับสนุนการตีลูกแต่อย่างใด แต่ผมก็ตีบ้างในยามที่เราเชื่อว่าสถานการณ์นี้ต้องตี ไม่มีอะไรมาวัดนอกจากจิตสำนึกผมเอง


การขว้างของเล่นให้กระจายเต็มบ้าน เป็นการท่าท้ายอำนาจรัฐที่ห้ามหรือพูดดีแล้วไม่หยุด ปลาเข็มก็จะถูกตีตรงมือที่ขว้างของ อย่างแรงพอที่จะให้ทราบว่าโดนทำโทษ


การไม่รีบขอโทษ กับสิ่งที่ตัวเองรู้อยู่แล้วว่าทำผิด ไม่ดี ทำผิดแล้วนิ่ง ปลาเข็มก็จะถูกตีที่มือเสมอ ..

เรื่องทำนองนี้ไม่เคยบอกผ่านเลย ..เคยมีเด็กคนหนึ่งยืนเล่นตู้เกมส์กดหน้าจอใกล้ๆ ปลาเข็มแล้ว เด็กชายคนนั้นก็อยากมาเล่นด้วยกันกับที่ตู้ีที่ปลาเข็มจิ้มๆ อยู่ ครั้งแรก ที่ยื่นมือมาใกล้ตู้เกมส์ ปลาเข็มจะปัดมือคนนั้นออกไป

เด็กชายก็ไม่ยอม ยื่นมือมาอีก และเดินมาชิดกับปลาเข็มและยื่นมือคล้ายๆ แย่งกดเกมส์บนจอ ...ปลาเข็มก็จัดการปัดมือ และพลักอกเด็กชายที่น่าจะเป็นพี่ ล้มลงไปเลย ..


ผมตกใจ วิ่งไปอุ้มเด็กคนนั้นยืนขึ้นและบอกให้ปลาเข็มขอโทษเขาซะ .. แน่นอน เข็มไม่ทำ สั่งอีก ๒ที.... เอามือไว้ด้านหลังเลย ผมจึงตีที่มือเข็มไป ๑ที แต่เธอก็ยังไม่ตอบสนอง สรุปแล้วผมตีเข็มที่มือไป ๓ ครั้ง น้ำตานองหน้า จึงได้ยกมือไหว้ขอโทษกันสำเร็จ ..
หลังตีแล้วจะอธิบายให้ฟังและสิ่งที่ปี๊ไม่อยากให้ปลาเข็มทำอีก ซึ่งเขาจะพยักหน้าเข้าใจ

ขณะ อุ้้มเดินออกมาจากตู้เกมส์ ปลาเข็มทั้งน้ำตานองหน้า ก็หันไป ส่งจูบ บ้ายบาย เด็กชายคนนั้นด้วยทีนึง เรียกรอยยิ้มจากคุณแม่ท่านนั้นได้อีก ^^


๓. การจำคน, ชื่อคนได้รวดเร็ว


ผมสังเกตพัฒนาการนี้จากการที่เวลาเขาดูการ์ตูน หรือการพาไปเข้าสังคมเขาจะจำชื่อตัวละครของวันนั้นได้อย่างรวดเร็ซ สำหรับการ์ตูนเขาจะถามแค่วันแรกๆ ที่ได้ดูการ์ตูนเรื่องนั้น แต่หลังจากนั้นเขาจะจำตัวละครได้หมด

ในทรูวิชั่นมีช่องดิสนี่ จะมี ทิกเกอร์และพู, พี่มิกกี้เม้า, ตามด้วยพี่ handy manny กับ พวกอุปกรณ์ ต่อด้วยเจ้ารถไฟชักคิงตัน และ เจ้าแกะ ชอนเดอะชีพ ..

ลองหลอกถามเขาไปด้วยเวลาดูทีวีด้วยกัน ปลาเข็มจะเล่าได้เป็นตุเป็นตะครับ ...


อันที่จริงแล้ว ผมเชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่ทุกคนมีเหมือนกันกับผม คือ ..ผมมีทัศนะคติด้านบวกกับการมีลูก ผมเชื่อว่าการเลี้ยงดูเขาเป็นสิ่งที่จะพัฒนาศักยภาพความเป็นคน ให้คนเป็นพ่อ เป็นแม่ ในอีกด้านหนึ่งด้วยเช่นกันครับ ทุกครั้งที่ผมเข้าใจลูก ผมจะเข้าใจพ่อกับแม่ผมมากขึ้นไปด้วยทุกครั้งไป ไม่ใช่ผมไม่ปฏิบัติดีกับพ่อแม่ผมนะครับ แต่ผมกำลังสื่อว่า มันทำให้เราเข้าใจบทบาทของการเป็นพ่อแม่คนมากยิ่งขึ้นไปพร้อมกันกับที่เราได้เลี้ยงลูกครับ

คู่ไหนยังไม่คิดแต่งให้รีบแต่งนะครับ คู่ไหนยังไม่คิดมีลูกให้มีเร็วๆเลยครับ บทเรียนชีวิตสนุกๆ กำลังรอคอยท่านอยู่

ด้วยความปรารถณาดี

อ๋า

1 ความคิดเห็น:

  1. เหอๆ อืมเปงบทเรียนชีวิตที่สนุกจริงๆ
    ยอมรับเลย การเลี้ยงเด็กนี่เป็นอะไรที่มันส์มาก
    5555 แต่ถ้ามีลูกก็ดูแลเค้าดีดีนะ
    ลูกเราเองเรายังมะ่อยกล้าตีเรยอะ
    สงสาร แต่บางทีกะต้องตีอะเนอะ
    ช่วยไม่ได้

    ตอบลบ