วันศุกร์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2553

พัฒนาการภาษา..ในวันสุดสัปดาห์ ....


เย็นวันศุกร์ ..ปกติแล้วครอบครัวลุงจะแวะมาทานข้่าวเย็นกับคุณตา (อาโน๊ะ) ที่บ้านเรา ซึ่ง ครอบครัวคุณลุงจะมีลูกสาววัย ๘ ขวบ คนหนึ่ง คือ "พี่คูน"

บ้านนี้ ลูกเขาไม่เรียกชื่อพ่อ แม่ เพี้ยนเหมือนบ้านเรา พี่คูนจึงเรียก "่พ่อ" ว่า พ่อ เรียก "แม่" ว่า แม่

ปลาเข็มจะดีใจมากทุกครั้งที่พี่ๆ แวะมาเที่ยว เล่นด้วยที่บ้าน ไม่ว่าจะทำอะไรอยู่ จะหยุด และมุ่งความสนใจทั้งหมดไปที่พี่ สุดที่รักของเขาทันที ..


ทำอะไร ก็ จะ ทำตาม....


พูดอะไร ก็ จะ จำ พูดตาม ...


หลังจากเล่นกับพี่คูน ได้ซักพักใหญ่ .. พัฒนาการทางภาษาชุดแรก ของวัน ก็มาแล้ว ปลาเข็มเดินยิ้มหวานมา...

"หม่า-แม่" ไปเล่นกับเข็มดิ ... ปลาเข็มเรียกมี๊ ด้วยคำใหม่ถอดด้าม

"หมา-แม่" จะ ร้องเพลงดิ ...
ปลาเข็มชวนมี๊ ให้ร้องเพลง

ไม่รู้คราวนี้..... จะติดเรียกม่ามี๊แบบใหม่นี้ไปอีกกี่วัน ...แต่ที่แน่ๆ

"หมา - แม่" ..คำนี้ผสมปนเป ม่ามี๊ กับ แม่ มาได้ไงก็ม่ายรู้ :-)


วันจันทร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2553

เดินจังหวะลูก - เป็นบทความที่น่ารักมากๆ ขออนุญาตนำมาเผยแพร่





เดินจังหวะลูก

รายงานโดย :ธนา เธียรอัจฉริยะ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น:


ผมมีลูกสาวตัวเล็กๆ น่ารักสองคน คนโตชื่อ โมเนต์ อายุห้าขวบกว่าๆ คนเล็กชื่อเมนิ อายุสี่ขวบ
กำลังอยู่ในวัยอ้อนพ่ออ้อนแม่ ไม่รู้ว่าใครติดใครกันแน่ รู้แต่ว่า ผมต้องพยายามกลับบ้านให้ทัน
ก่อนสองสาวนอนหลับเกือบทุกวัน เสาร์อาทิตย์ ก็ตัวติดกันตลอด

คนเป็นพ่อเป็นแม่ก็มักจะนึกถึงแต่ว่าจะสอนลูกให้เป็นคนยังไง ให้มีน้ำใจ ไหว้สวย ไม่งอแง นึกอะไร
ออกก็พยายามสอน ก็ไม่ค่อยได้นึกว่าจะเรียนรู้อะไรจากลูกได้ เพราะลูกยังเด็กยังเล็กอยู่ แต่ด้วยความ
ที่อยู่ด้วยกันตลอด มีบ่อยครั้งที่ลูกผมพูดหรือแสดงท่าทีอะไรที่ทำให้ผมต้องหยุดคิด และทบทวนตัวเองเป็นประจำ

เมื่อไม่นานมานี้ ผมพาเด็กๆ กับภรรยาไปเที่ยวอเมริกา ไปอยู่หลายเมือง สองอาทิตย์ที่ไปเที่ยว เป็นสอง
อาทิตย์ที่ดีที่สุดช่วงหนึ่งในชีวิตผม ได้มีโอกาสตะลอนๆ ไปทั้งครอบครัว ได้ผจญภัยเล็กๆ ตามที่ต่างๆ
มีอุปสรรคบ้างนิดหน่อยพอเป็นน้ำจิ้ม ได้เห็นตัวเล็กทั้งสองสนุกสนานกับของเล่นบ้าง ทิวทัศน์รอบทางบ้าง
เป็นความสุขเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่ของคนเป็นพ่อเป็นแม่

ระหว่างทางในหลายๆ ครั้ง ผมกับภรรยาก็จะเดินดูโน่นดูนี่เป็นปกติในจังหวะก้าวย่างของเรา ก็จะได้ยิน
เสียงเมนิ ลูกสาวคนเล็กบ่นปวดขา เดินไม่ทัน เหนื่อย เวลาไปเดินในที่ที่คนเยอะ ก็มีเผลอไปจับมือคนอื่น
คิดว่าเป็นพ่อแม่บ้าง เราก็ได้แต่ขำๆ ในตอนแรก แต่พอใช้ชีวิตด้วยกันตลอดเวลา มีจังหวะหนึ่งที่ลูกผมบ่นว่า
เดินไม่ทัน ซึ่งปกติผมก็คงไม่ได้สนใจอะไร แต่จังหวะนั้นผมบอกลูกว่า เดี๋ยวจะลองเดินก้าวช้าๆ เท่าลูกดู

ผมก็เลยลองเดินช้าๆ ช้ามาก เพราะลูกผมยังเล็ก ก้าวได้สั้นๆ และไม่ไกล ผมพยายามเดินในจังหวะของลูก
ช่วงแรกๆ ก็อึดอัดนิดหน่อย ต้องก้าวเท้าถี่ๆ สั้นๆ แต่พอลองบ่อยๆ เข้า ผมก็เริ่มมองเห็นมุมของเขา ว่า
ทำไมเขาถึงเดินไม่ทัน ปวดขา หรือเหนื่อย เวลาเดินจังหวะผู้ใหญ่ พอเริ่มเห็นมุมแปลกๆ ของเด็ก ผมก็เลย
ลองพยายามย่อตัวลงให้เท่าลูก ในมุมที่เรามองเงยหน้าขึ้นไป ทำให้รู้สึกว่าผู้ใหญ่ในสายตาเขาเหมือนยักษ์ที่อยู่สูง
มองไม่ค่อยถนัด ถึงเข้าใจว่าทำไมเขาถึงจับมือคนผิดอยู่เรื่อยเวลาคนเยอะๆ


หลังจากนั้น ผมก็พยายามเดินช้าลงให้ได้จังหวะของเขา พยายามย่อตัวเวลาคุยกับลูก ลูกผมก็ดูจะสนุกขึ้น
อารมณ์ดีขึ้นและชอบมากเวลาพ่อย่อตัวคุยด้วย ลูกผมสอนให้ผมรู้จักสนใจจังหวะของคนอื่น ลองใช้จังหวะของ
คนอื่นในการดำเนินชีวิตบ้าง ชีวิตของ คนทำงาน หลายๆ ครั้งก็พยายามบงการให้คนอื่นเดินจังหวะเรา ไม่
ได้เอาใจเขามาใส่ใจเรา
พอนึกถึงเรื่องนี้ทีไรก็จะพยายามลองสังเกตจังหวะคนอื่นดูทุกที

ที่ดิสนีย์แลนด์ ช่วงเที่ยงๆ ผมกับโมเนต์ ลูกสาวคนโตไปต่อคิวยาวเหยียดเพื่อซื้ออาหารกลางวัน รอตั้งสิบกว่า
นาที อยู่ดีๆ ก็มีแม่ลูกตัวอ้วนๆ คู่นึงทำเนียนมาแซงคิวเอาโค้งสุดท้ายข้างหน้าผม คงเห็นว่าเราหน้าเอเชียดูใจดี
ก็เลยเบียดซะอย่างนั้น ผมก็เลือดขึ้นหน้า โมโหสุดๆ กำลังจะโวยวายด้วยความฉุน ก่อนจะโวย ก็บอกโมเนต์
เพื่อให้ลูกเข้าใจว่าพ่อจะต้องโกรธเพราะอะไร

โมเนต์สะกิดแขนผม แล้วทำหน้าชิลล์มากๆ บอกผมว่า พ่อขา เขาอาจจะรีบก็ได้นะพ่อนะ


ผมอึ้งไปพักใหญ่ ในหัวหายโกรธเป็นปลิดทิ้ง ดีใจที่ลูกมองโลกในแง่ดีแบบนี้ แถมรู้สึกตัวเองแย่มากๆ ที่ต้อง
ให้ลูกสอนการมองโลก การให้อภัย ระหว่างรอแถว ผมนึกถึงเพลงอื่นๆ อีกมากมายของวงเฉลียงอยู่ในหัว

เด็กหนีไม่ยอมเรียน โดดเรียนเพราะเหตุใด ใครตอบได้ไหม เด็กไปเพราะใจเบ่ง แม่ให้ไปขายของ ครูสอนไม่ดี
เอง เด็กรักเป็นนักเลง อื่นๆ อีกมากมาย


เมื่อวานก่อน ผมพาเด็กหญิงสองคนไปทำฟัน คุณหมอตรวจเจอว่าโมเนต์ฟันผุ ต้องอุดฟันน้ำนม คุณหมอก็เลย
ทำการอุดให้ เราก็คอยบอกโมเนต์ว่าถ้าเจ็บให้ยกมือขึ้น เพราะอุดฟันเด็กห้าขวบ โดนเหงือก โดนปาก เด็กคง
ต้องเจ็บน่าดู

ตลอดการอุดฟัน ผมก็ถามเป็นระยะว่าเจ็บรึเปล่า โมเนต์ไม่ยกมือว่าเจ็บเลยซักครั้ง ผมก็นึกว่าคงไม่เป็นไร อุดเสร็จ
เรียบร้อยก็กลับบ้าน

ระหว่างทางกลับบ้าน ผมก็ถามลูกว่า อุดฟันเจ็บมั้ย โมเนต์บอกว่า เจ็บมากเพราะโดนเหงือก ผมก็ถามต่อด้วย
ความสงสัยว่าทำไมไม่ยกมือ หรือร้องล่ะ

โมเนต์บอกสั้นๆ ยิ้มอายๆหนูอดทน อยากให้พ่อดีใจ

หนูสอนพ่อเยอะเหลือเกิน...

วันอังคารที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2553

[๑ขวบ ๑๐เดือน] "ม่ามี๊ มี หนวด ม่าย..."



เป็นผลจากการสอนให้เขารู้จักอวัยวะต่างๆ บนร่างกาย เช่น ตา คิ้ว หู จมูก แก้ม ปาก คาง และรวมไปถึง..หนวด ด้วย ในเวลาเช้าตรู่ที่ยังไม่ใช่เวลาตื่นของปี๊ และมี๊ นั้น บ่อยครั้งที่เธอจะตื่นขึ้นมาเล่น และชวนเล่น .. ซึ่งแน่นอน เดาได้ไม่ยาก "ปี๊ กับ มี๊ ม่ายตื่น อยากนอนต่อ"

ถึงแม้ว่า จะได้เคยอ่านหนังสือเลี้ยงลูก และหนังสือธรรมะสำหรับพ่อแม่หลายๆ ฉบับ ที่พอจะทราบว่า เวลาเช้าตรู่นี่แหละ เป็น "quality time" อีกหนึ่งช่วงเวลาของการสอนลูก ..
ในหนังสือ บอกว่า เวลาเช้าที่เขาตื่นมาใหม่ๆ นั้น สภาวะจิตใจของเขาจะผ่องใส พร้อมรับและจำข้อมูลอย่างเต็มที่.... จึงเป็นเวลาที่ดีที่ควรให้ความสนใจหาข้อมูลที่ดีมาใส่ให้กับเขา..

สังเกตเอง .. ว่า การสอนตา คิ้ว หู จมูก ปากนั้น จะสอนกันเวลาที่อยู่กันที่บนเตียง ชี้โน้น ชี้นี้ ไปเรื่อย...

และเช้านี้ ปลาเข็ม เกิดความสงสัย ในขณะที่กำลัง ไล่ เรียก อวัยวะ ตามร่างกาย ..

" ป่าปี๊... คิ้วนะ ..(ยิ้มด้วย)"

"ป่าปี๊ นี่ตานะ..(ยิ้มดีใจ)."

"ปี๊ นี่ จมูก นะ.(ยิ้ม).."

"ป่าปี๊ นี่ ปากนะ ...(ยิ้ม)"

"ป่าปี๊ ..นี่ คาง (ยิ้มหวาน)"

"ป่าปี๊ ...หนวดดดดด (ลากเสียงยาวและยิ้ม)"

ปลาเข็มดูคล้ายนึกอะไรแป๊บนึง แล้วถามว่า

"แล้ว ม่ามี๊ มีหนวด ไหม?!?" ....และไม่ได้เป็นสิ่งแรกที่เขาสงสัย

"ปี๊มี...นม ..ด้วย... นมปี๊ จิน.(กิน)ได้มั๊ย?" พร้อมกับเอานิ้วชี้มาจิ้มๆ...


วันอังคารที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2553

การจำแนกความสำคัญระหว่างมือกับเท้า ของปลาเข็ม



ในวัย ย่างเข้า ๑ขวบ ๑๐ เดือน มีอะไรหลายอย่างที่ปลาเข็มยังไม่สามารถจำแนก ได้ว่าอะไรควรใช้กับอวัยวะ อันไหน เช่น ...

จากเหตุการณ์ตอนอยู่บนเตียงนอน กับปี๊ วันหนึ่งในขณะปลาเข็มใกล้เคลิ้มหลับนั้น การกังวลว่าจะถูกให้นอนอยู่คนเดียวนั้น อาจมีเกิดขึ้น ในเด็กวัยตัวกระจิ๋ว..

ปลาเข็มมักจะนำอวัยวะ ของเขาหนึ่งอย่างมาแปะไว้ที่แถวๆ ลำตัวบ้าง ... ต้นคอป่าปี๊บ้าง ...หรือไม่เว้นแม้กระทั้งหน้าของป่าปี๊ เพื่อให้มั่นใจว่า "มีกันและกัน"


เดาไม่ยากแล้วใช่ไหมครับ ... ใช่แล้วครับ มันคือ "เท้า" ของเจ้าปลาเข็มนั้นเอง ที่มักจะมาแปะ พาดอยู่ตามใบหน้าตาป่าปี๊ และมี๊อยู่อย่างเนื่องๆ


แทนที่จะได้ต่อว่า ดุ หรือเตือนกัน ..ว่าห้ามทำอย่างนี้กับม่ามี๊ กับปี๊นะ .. แต่เราสองคนกับชอบการได้นอนกับลูกสาวจอมแสบ ที่มักจะดิ้น กลับตัวกลับหัว อยู่เป็นประจำตลอดทั้งคืน และแน่นอนอวัยวะน้อยๆ ของเขา จะพาดอยู่บนตัวเราด้วยเสมอ..