วันศุกร์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2552

การประยุกต์ใช้คำ.........ของนู๋ปลาเข็ม



จากตอนที่แล้วเรายังจำได้ถึงการเลือกใช้คำพูดของเด็ก ขวบแปดเดือนที่ใช้เรียก "ปี๊" ไปแล้ว คราวนี้มีเหตุการณ์หนึ่งที่ทำให้บุคคลภายนอกถึงกับ "อึ๊ง" ว่าเด็กจะพูด หรือจะรู้คำบอกระดับหรือปริมาณได้ยังไง

เย็นวันอาทิตย์ วันหนึ่งในเดือนพฤศจิกายน ๕๒..ม่ามี๊ กับ ป่าปี๊ มีธุระด่วนต้องเข้าไปที่ร้านดอกไม้ "นรีฉัตร์" ที่โฮมเวิร์ค สาขา ราชพฤกษ์ .. จึงมีความจำเป็นต้องฝากปลาเข็มไว้กับ "ไย๋" (ป้าในภาษามอญ) พอดีว่าพี่วรรณเข้ามาบ้านใน และอาสาจะรับปลาเข็มไปเล่นที่บ้านให้ ..

นตอนที่ย้ายสัมภาระ และปลาเข็มออกไปบ้านนอก

ลูงไก่ รีบวิ่งมาเปิดรถ เปิดแอร์ เพราะ ภายในรถร้อน กลัวหลานจะร้อน ..

"ไย๋(ป้า) วรรณ อุ้มปลาเข็มตามมาที่รถ โดยนั่งด้านหน้า ข้างคนขับ

ลุงไก่ : (ด้วยความเป็นห่วงเพราะในความรู้สึกรถยังร้อนอยู่...) ถามเจ้าปลาเข็มว่า "ปลาเข็ม :-) ร้อนไหมลูก?"

ปลาเข็ม: (กำลังยืนบนตักไย๋) ตอบลุงไก่ว่า "ม่าย ..ร้อน... อุ่นๆ !?!?

เป็นคำตอบที่เรียกเสียงฮาได้ลั่นรถ ....

ในตอนทานข้าวเย็นในวันถัดมา เราก็มาวิเคราะห์กันว่า ทำไม ถึงรู้จักตอบคำว่า " ม่ายร้อน ...อุ่นๆ" ก็นึกได้เองว่า ปกติเวลาที่ "ปี๊" ชงนมนมอุ่นๆ มาให้ปลาเข็มกินตอนกลางคืนก่อนนอน ปลาเข็มจะบอกว่า "ปี๊! ร้อน" แล้ว ทำปากเป่าจุกนม เหมือนที่เห็นเวลา มี๊ทำตอนป้อนข้าว ...

แล้ว ปี๊ ก็ตอบปลาเข็มว่า "ไม่ร้อน หรอก ลูก ........อุ่นๆ นะ"

พัฒนาการทางภาษา ...ของนู๋ปลาเข็ม



ในวัย ๑ขวบ ๙ เดือน "ปลาเข็ม" มีความสามารถในการเรียบเรียงคำพูดดีพอสมควร .. เคยมีใครคนหนึ่งบอกกับเราในเวลาที่ปลาเข็มเพิ่งเกิดว่า "จะมีสิ่งมหัศจรรย์เกิดขึ้นกับคุณวันต่อวัน...วันแล้ววันเล่า..." เห็นทีว่าคำพูดของท่านนี้จะจริง เพราะปัจุุบันเราจะได้ยินคำพูดที่ไม่คาดฝันจากเด็กสาว(แสบๆ)คนนี้เป็นรายวัน

"ป่าปี๊" หรือ "ปี๊" เป็นสรรพนามเรียกแทนคำว่า "พ่อ"ที่คิดเองว่าอยากได้ยินจากลูก ..

"ม่ามี๊" จึงกลายเป็นคำที่สอดคล้องกันไปโดยไม่ยากเย็นนัก เพราะผมก็เรียกแม่ผมว่า "ม๊า" บ้าง "มี๊"มั่ง แล้วแต่จะอยากอ้อน(teen)

ปลาเข็ม เริ่มเกาะยืนตั้งแต่ เข้า ๕ เดือน และเริ่มพูดเป็นคำ ตอน อายุ ๗ เดือน แน่นอน คำแรกคือ "หม่ำ! หม่ำ!"

เดี๋ยวนี้ เวลาที่เผลอไปนอนใกล้กับ ม่ามี๊ปลาเข็ม .. เข็มฯ จะร้องไห้ ประมาณว่ากันท่า และจะพูดต่อว่า
"ป่าปี๊ ไม่แย่งน่ะ....พร้อมทำมือห้ามโบกไปมา"


และยังมีคนบอกอีกว่า แน่นอนเวลาที่ลูกพูดอะไร เราพ่อแม่โดยสัญชาตญาณจะรู้และเข้าใจร่ำไป ...และเหตุการณ์ไม่คาดฝันรายวัน ก็ เกิดขึ้นให้ยิ้มได้อีก..

ประมาณ ๗ โมงเช้าของเช้าวันเสาร์หนึ่งกลางเดือน ตุลาคม ๕๒ ... ปี๊กำลังนอนหลับสบายเพราะไม่ต้องตื่นไปทำงาน ... แต่เข็มฯ เธอตื่นแล้ว และกำลังมองหาเพื่อนเล่น...

เข็ม : ปี๊!............ ปี๊!
ปี๊ : zZZZ (ไม่มีสัญญาณตอบรับจากสิ่งที่ท่านเรียก...)

๒วินาที่ผ่านไป......
เข็ม : ป่าปี๊! ....ป่าปี๊! พร้อมคลานเงียบๆเข้ามา จุ๊บที่แก้ม จุ๊บๆ
ปี๊ : (ป่าปี๊ รู้สึกตัวแล้ว แต่อยากรู้ว่าจะทำยังไงต่อ..?!?)

๑วินาที ต่อมา....

เข็ม : ป่าปี๊ จ๋า!!!! (พูดชัดมาก..ตอนนั้นยังไม่เชื่อหูตัวเอง ว่ามีคำว่าจ๋าจากเด็ก ขวบแปดเดือน)
ปี๊ : (ในใจตอบ "จ๋า" ไปเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่ทันตอบ กำลังจะอ้าปากตอบ เจ้าเข็มก้อเรียกอีกว่า........

เข็ม : อ้าย..ปี๊!! อ้ายปี๊!!

ปี๊ : (เฮ้ย! ใช่ครับ หูไม่ฝาด เข็มฯ มีพัฒนาการทางภาษา ..) กระเ้ด้งออกจากเตียง ขึ้นมาฟัดเจ้าปลาเข็ม ..โดยที่เจ้าตัวยังไม่เคยรู้เลยว่าคำที่เรียก ปี๊ เมื่อกี้ คือคำไม่ควรพูด ซึ่งดันเข้าใจไปแล้วว่า เรียก "ป่าปี๊" ด้วยคำนี้ แล้วจะสำเร็จมีคนลุกขึ้นมาเล่นด้วย

เสาร์กับอาทิตย์นั้น เลยได้ยิน คำว่า "อ้าย ปี๊! อ้าย ปี๊! ไปอยู่หลายวัน จนค่อยๆ สอนไม่ให้พูดคำนี้ไปได้ ...

วันเสาร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2552

-`๏ ่- Hometown...welcome -`๏ ่-



กิจกรรมของปลาเข็มในวันที่อยู่กับปี๊ เวลาที่มี๊ไปทำงานคือการเดินเล่นที่วัด...



ทันทีที่สิ้นเสียง บอกว่า ปี๊ จะไปเดินเล่นที่วัด ไปกับปี๊ป่าว....

เข็มฯ จะวิ่ง จู๊ดๆ ไปเลือกรองเท้าแตะ พร้อมเดินท่ามั่นใจ แบบคิงคอง

พรำไปด้วยว่า "ไปวัดๆ " และวิ่งยิ้มแป้นมาหาปี๊ ..



มุมนี้ ..เป็นมุมหมดมุข เวลาที่ปลาเข็มยังอยากออกนอกบ้าน ที่ยังอยู่ในบ้าน

มุมดูปลาสวาย ส่วนตัว


มุมที่มักจะเล่นซ้อนแอบ แล้ววิ่งหนีปลาเข็มมาอยู่ตรงนี้ ซึ่งซักพักก็จะวิ่งจู้ดๆ ตามมาเจอ


ทันทีที่ อุ้มเข็มฯ ขึ้นบันไดนี้ เปรียบเสมือนพาสปอตที่จะสามารถออกไปนอกบ้านแล้ว


วัดบางกระดี่ .. ปัจจุบันกำลังดีดยกสูงหนีปัญหาโลกร้อน (น้ำท่วม)


จำไม่ถนัดว่า ข้างนี้ ออกทะเลหรือ เข้าเมืองกันแน่ ..


วิถีชีวิตของคนที่นี้ ยังไม่เร่งรีบ..มีความสงบหลบอยู่และหาได้ง่าย


ลำน้ำมีชีวิต...


ชอบกระเบื้องแบบนี้ เป็นการส่วนตัว

สะพานนี้เป็นเหมือนสายเลือดหลักของคนฝั่งนี้ในการข้ามไปมา เมื่อก่อน ต้องจอดรถที่ฝั่งโน้นอย่างเดียว

รถประจำทางสายหลัก .. เริ่มต้นที่โลตัส พระราม๒ มาถึงวัด ไม่มีวัดหยุดราชการ


มุมสวยที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง


โบสถ์เก่า ยังไฉไล ได้อยู่ .. วัดยังเวียนเทียน ที่โบสถ์นี้อยู่ในวันสำคัญทางศาสนา ทั้งที่โบสถ์ใหม่ตั้งอยู่ด้านหลังวัด จะวิจิตรอลังการกว่ามากมายก็ตาม

ศาลาวัด พร้อมกับเสา ๒๐๐ ต้น กำลังถูกดีด เพื่อหนีภาวะโลกร้อน (น้ำท่วม) ...สงสารเจดีย์ ที่เริ่มทรุด และอาจดีดหนีตามไม่ได้

กุฎิวัดและศาลา ที่ เสาทุกต้น เป็นไม้สัก ขนาดคนโอบ

เดินไปเดินมา..บังเอิญเจอ ชื่อ อาโน๊ะ กับเต๊าะ (คุณตา กับคุณยายของปลาเข็ม ในภาษามอญ)


แดดอ่อนๆ ที่สวยงามอีกวัน

สะพานข้ามไม้ (ส่วนตัว) ที่มักมีผู้ขอขึ้นมายืนสูดอากาศสดชื่น


มรดกตกทอดจากพี่รุ่นก่อนที่ ชอบความหมายและนิยามแฝงเสมอ


ปี๊ ๆ ๆ ..เสียงเรียกเพื่อนเล่น ที่จะได้ยินทั้งวัน แม้แต่ตอนจะหลับ..